• พิมพ์คำที่อยู่ในใจ เช่น “หมดเวลาชำระ” “ปล่อยโต๊ะ” “เครดิต”
← กลับแอป
วิธีทำ· แก้งานที่ต้องทำตอนนี้

เปิดใช้ POS: ใบเสร็จและภาษี จุดพิมพ์ เครื่องแคชเชียร์

อ่านจบแล้วร้านจะเปิดใช้ POS ได้ ใบเสร็จมีข้อมูลภาษีถูกต้อง ตั้งช่วงที่รับเงินก่อนรับของ มีจุดพิมพ์ครัว/บาร์ และรู้วิธีย้ายเครื่องแคชเชียร์เมื่อเปลี่ยนแท็บเล็ต

อัปเดตล่าสุด 2026-09-18 · เวอร์ชันแอป 0.1.0

อ่านจบแล้วคุณจะ

เปิดใช้ POS ให้ร้าน ตั้งข้อมูลภาษีให้ใบเสร็จถูกต้องตามที่จดทะเบียน ตั้ง service charge และข้อความบนใบเสร็จ สร้างจุดพิมพ์ (ครัว/บาร์/ใบเสร็จ) ผูกลิ้นชักเงินกับเครื่องพิมพ์ใบเสร็จ เปิดใช้เครื่องเรียกลูกค้า และรู้วิธีย้ายเครื่องแคชเชียร์เมื่อเปลี่ยนแท็บเล็ต

ต้องมีก่อน สิทธิ์เจ้าของร้าน · ถ้าจด VAT ให้เตรียมเลขประจำตัวผู้เสียภาษี 13 หลักและชื่อผู้ประกอบการตามที่จดทะเบียน

ซื้ออุปกรณ์อะไร อย่างน้อยต้องมีแท็บเล็ต Android จอ 11 นิ้วเป็นเครื่องแคชเชียร์ และเครื่องพิมพ์ความร้อน 80 มม. ที่มีพอร์ต LAN หรือ Wi‑Fi (รุ่นที่ต่อได้แค่ USB หรือ Bluetooth ใช้กับแอปไม่ได้) · รุ่นที่แนะนำ ราคาประมาณ อุปกรณ์เสริม (เครื่องพิมพ์ครัว ลิ้นชักเงิน จอคิว เครื่องเรียกลูกค้า) และเครือข่ายที่ต้องเตรียม อยู่ที่ อุปกรณ์ที่ต้องมีสำหรับ POS

ที่อยู่เครื่องพิมพ์ (IP) ไม่ได้ตั้งที่นี่ — ตั้งบนเครื่องแคชเชียร์ (ปุ่ม “เครื่องพิมพ์” ในแอป กด “ค้นหา” แอปจะหาเครื่องพิมพ์ในวง LAN ให้เอง) เพราะแท็บเล็ตเท่านั้นที่อยู่ในวง LAN ของร้าน หลังบ้านกำหนดแค่ชื่อ ชนิด และขนาดกระดาษ · ยังไม่มีเครื่องพิมพ์ก็ใช้ POS ได้: ครัวดูจอครัวในแอป ลูกค้าสแกน QR ใบเสร็จ · ร้านที่ไม่มีโต๊ะประจำ (คาเฟ่นั่งตรงไหนก็ได้) ไม่ต้องสร้างโต๊ะ: ติ๊กช่วงนั้นเป็น “รับเงินก่อนรับของ” แล้วพิมพ์ “QR เคาน์เตอร์” จากหน้า ผังร้าน → QR ลูกค้าจะเปิดบิล สั่ง จ่าย และรอเรียกคิวเองโดยไม่มีคำว่าโต๊ะบนหน้าจอ

ขั้นตอน

  1. เมนู “ตั้งค่า” → การ์ด “POS — ใบเสร็จและภาษี” → ติ๊ก “เปิดใช้ POS”
    • เอาติ๊กออก = หยุดขาย เครื่องแคชเชียร์ขึ้นแถบแดง เปิดบิลใหม่ไม่ได้ แต่บิลที่เปิดค้างยังรับเงิน ปิดบิล และครัวทำต่อได้จนจบ · เครื่องใหม่จับคู่ไม่ได้ · ข้อมูลเดิม (บิล เอกสารภาษี เมนู) ยังอยู่ครบ

    • ถ้ายังมีบิลเปิดอยู่ตอนปิด การ์ดจะบอกจำนวนให้ก่อนบันทึก · เครื่องที่ออฟไลน์อยู่จะรู้เมื่อเน็ตกลับ

    • ต้องการตัดสิทธิ์เครื่องทันที (เช่น เลิกใช้ถาวร) ใช้ “โอนไปเครื่องใหม่…” ด้านล่างแทน

    • ปิดเมื่อไรก็ได้ — เมนู บิลเก่า และเอกสารภาษียังอยู่ครบ แค่ซ่อนจากพนักงาน

    เครื่องแคชเชียร์จับคู่กับร้านได้ และมือถือพนักงานเห็นเมนูสั่งอาหาร
  2. ติ๊ก “ร้านจดทะเบียน VAT” (ถ้าจด) แล้วกรอกเลขผู้เสียภาษี ชื่อผู้ประกอบการ เลขสาขา
    • เลขผู้เสียภาษี ระบบตรวจเลขท้าย (หลักที่ 13) ให้ — พิมพ์ผิด 1 ตัวจะบันทึกไม่ผ่าน
    • ชื่อผู้ประกอบการ คือชื่อบนใบกำกับภาษี (บริษัท/ห้าง/ชื่อบุคคล) ต่างจากชื่อร้านที่ลูกค้าเห็นได้
    • เลขสาขา สำนักงานใหญ่ = 00000 · ร้านไม่จด VAT ข้ามส่วนนี้ บิลจะไม่แสดง VAT เลย และใบเสร็จไม่พิมพ์ชื่อผู้ประกอบการ/เลขผู้เสียภาษี (แสดงเฉพาะชื่อร้าน)
    ใบเสร็จกลายเป็นใบกำกับภาษีอย่างย่อ และแคชเชียร์ออกใบกำกับภาษีเต็มรูปให้ลูกค้าได้
  3. ร้านที่ลูกค้าจ่ายก่อนแล้วรอรับของ (สั่งหน้าเคาน์เตอร์ เช่น ช่วงคาเฟ่): ติ๊ก “รับเงินก่อนรับของ” ที่ช่วงนั้น
    • ติ๊กได้ทีละช่วง (คาเฟ่ / ที่รับจอง) — ช่วงที่ไม่ติ๊กยังเป็นแบบนั่งทาน: สั่ง ส่งครัว จ่ายตอนออก
    • ร้านช่วงเดียวมีช่องเดียว ติ๊กถ้าทั้งร้านเป็นแบบเคาน์เตอร์
    • การตั้งค่ามีผลตอน ปิดบิล ตามช่วงที่บิลนั้นเปิดไว้ (บิลคาเฟ่ที่ปิดตอน 19:05 ก็ยังรับเงินก่อน) — บิลที่เปิดค้างอยู่ตอนเปลี่ยนค่าจะใช้ค่าใหม่ตอนปิด
    • แคชเชียร์ต้องออนไลน์สักครู่หลังบันทึก จึงจะเห็นปุ่ม “+ สั่งอาหารและเครื่องดื่ม”
    • ช่วงที่ติ๊กรับเงินก่อนคือ “ค่าตั้งต้นของร้าน” ไม่ใช่กฎตายตัวของทุกบิล — พนักงานที่เปิดบิลที่โต๊ะในช่วงนั้นจะถูกถามทุกครั้งว่าบิลนี้ “รับเงินก่อน” หรือ “รวมจ่ายทีเดียว” เพื่อให้ร้านรับลูกค้านั่งทานยาวในชั่วโมงเดียวกับที่ขายหน้าเคาน์เตอร์ได้ · บิลที่เลือก “รวมจ่ายทีเดียว” จะไม่มีเลขคิว ไม่ส่งครัวอัตโนมัติตอนปิดบิล และหน้าสั่งของลูกค้าบนโต๊ะนั้นไม่บังคับให้จ่ายก่อน · บิลเคาน์เตอร์/กลับบ้านไม่ถาม เป็นรับเงินก่อนตามช่วงเสมอ
    • “ช่วงรับเงินก่อน: ไม่ผูกบิลกับโต๊ะ” (ช่องนี้โผล่ใต้รายการช่วง เมื่อติ๊กรับเงินก่อนไว้อย่างน้อย 1 ช่วง · ค่าเริ่มต้น ไม่ติ๊ก): ติ๊กเมื่อร้านขายแบบเคาน์เตอร์ล้วน ลูกค้าไม่ได้นั่งโต๊ะประจำ — เครื่องแคชเชียร์จะซ่อนผังโต๊ะและแตะโต๊ะว่างไม่ติดในช่วงนั้น เหลือทางเดียวคือปุ่ม “+ สั่งอาหารและเครื่องดื่ม” กันพนักงานเผลอเปิดบิลผูกโต๊ะ · โต๊ะที่มีบิลค้างหรือมีจองคืนนี้ยังแสดงและกดเข้าไปได้ตามปกติ (การจองต้องหักมัดจำ จึงต้องเปิดบิลบนโต๊ะนั้นได้) · บิลเคาน์เตอร์จะ “ย้ายโต๊ะ” ไม่ได้ (บิลที่ผูกโต๊ะอยู่แล้วยังย้ายได้) · QR ที่ติดโต๊ะไม่เปลี่ยน — ลูกค้าสแกนเปิดบิลบนโต๊ะเองได้เหมือนเดิม ถ้าไม่อยากให้มีคำว่าโต๊ะเลย ให้ใช้ “QR เคาน์เตอร์” จากหน้า ผังร้าน → QR แทน · ไม่ติ๊ก = ร้านที่รับเงินก่อนแล้วลูกค้านั่งทานที่โต๊ะ ทุกอย่างเหมือนเดิม
    • ลูกค้าดูคิวได้ 2 ทาง (1) สแกน QR บนจอแคชเชียร์ตอนจ่าย → หน้าใบเสร็จแสดงเลขคิวและสถานะสด (2) จอคิว เปิดลิงก์ /q/<slug ของร้าน> (เช่น tablezups.com/q/seaway) บน TV หรือแท็บเล็ตอีกเครื่องหันหาลูกค้า แสดง “พร้อมรับ / กำลังทำ” อัปเดตทุก 5 วินาที กด “เสียงประกาศ” ครั้งเดียว จอจะดังติ๊งแล้วพูดประกาศ “คิว 12 พร้อมรับแล้วค่ะ กรุณามารับที่เคาน์เตอร์” (ภาษาตามที่เลือกบนจอ) แตะเลขที่พร้อมรับเพื่อประกาศซ้ำ · ประโยคที่พูดตั้งค่าเริ่มต้นได้ในการ์ด POS ช่อง “ข้อความประกาศคิว” (ใส่ {n} ตรงที่จะอ่านเลขคิว จอทุกเครื่องใช้ทันทีภายใน 5 วินาที) และปุ่ม “ข้อความประกาศ” บนจอแก้เฉพาะเครื่องนั้นได้ (กด “ฟังตัวอย่าง” ก่อนบันทึก) และช่อง “เสียง” เลือกเสียงพูดที่ชอบ · ร้านที่ยังไม่มีเครื่องพิมพ์ใช้จอคิว + บอกเลขปากเปล่าแทนสลิปได้เลย · จอคิวใช้ข้อมูลจากระบบกลาง ต้องมีเน็ตทั้งจอและเครื่องแคชเชียร์ · เบราว์เซอร์ที่ไม่มีเสียงพูดไทย (บาง TV) จะมีแต่เสียงติ๊ง — Chrome บน Android/คอมมีให้
    • คิวจะหายจากจอเมื่อครัวกด “เสิร์ฟแล้ว” — ลูกค้าไม่มารับ ให้แคชเชียร์กดเองจากการ์ดคิวในหน้าโต๊ะ
    • ช่วงที่ไม่ติ๊ก (นั่งทาน จ่ายตอนออก): หน้าสั่งอาหารของลูกค้า ไม่มี QR PromptPay และปุ่ม “แนบสลิป” — เห็นแค่ “ชำระกับพนักงานเมื่อรับประทานเสร็จ” · ถ้าอยากให้ลูกค้าโอนล่วงหน้าจากมือถือได้ ติ๊ก “รับโอน PromptPay จากหน้าสั่งอาหารในช่วงจ่ายทีหลัง” (ช่องนี้แสดงเมื่อมีช่วงที่ไม่ได้รับเงินก่อนอย่างน้อย 1 ช่วง) แคชเชียร์จะเห็น “โอนแล้ว / รอตรวจสลิป” บน tile เหมือนเดิม · ช่วงรับเงินก่อนแสดง QR เสมอ
    ในช่วงที่ติ๊ก แคชเชียร์รับเงินและปิดบิลทันที ระบบส่งครัวให้และออกเลขคิว (คิว 1, 2, …) ลูกค้ารอเลขคิว ครัวเห็นเลขเดียวกัน
  4. ร้านที่ยื่นเครื่องเรียก (เครื่องสั่น) ให้ลูกค้ารอรับของ: ติ๊ก “ใช้เครื่องเรียกลูกค้า” แล้วใส่ “หมายเลขเครื่อง ตั้งแต่ … ถึง …”
    • แท่นส่งเป็นแบบกดเลขเอง — แอปไม่ต่อกับแท่น พนักงานกดเลขบนแท่นเมื่ออาหารพร้อม แอปทำหน้าที่จ่ายเลข พิมพ์เลข และจำว่าเครื่องไหนยังอยู่กับลูกค้า
    • ช่วงหมายเลขค่าเริ่มต้น 1–20 · ใส่ได้ 1–999 เรียงจากน้อยไปมาก ไม่เกิน 200 เครื่อง — กล่องที่สองที่พิมพ์ 21–40 ตั้ง 1–40 ได้ เครื่องหายตั้งช่วงข้ามได้ · ระบบวนเลขไปข้างหน้าเสมอ (ไม่ยื่นเครื่องที่เพิ่งคืนซึ่งอาจยังสั่น)
    • เลขเครื่องไม่ใช่เลขคิว — เลขคิว จอคิว และเสียงประกาศทำงานเหมือนเดิม ลูกค้าที่โอนออนไลน์และไม่ได้ถือเครื่องยังดูคิวจากจอ/มือถือได้ · แคชเชียร์ยื่นเครื่องให้ทีหลังได้จากหน้าใบเสร็จ
    • เอาติ๊กออกได้ทุกเมื่อ — เครื่องที่ยังอยู่กับลูกค้ายังคืนได้ตามปกติ แค่แป้นเลขหายไป · วิธีใช้บนเครื่องอยู่ใน ใช้เครื่องแคชเชียร์
    ตอนรับเงินบิลรับเงินก่อน แคชเชียร์เห็นแป้นเลขเครื่องพร้อมเลขที่ระบบแนะนำ เลขพิมพ์บนใบเสร็จ (“เครื่องเรียกหมายเลข 7”) และตั๋วครัว (“กดเครื่องเรียก 7”)
  5. ตั้ง Service charge (%) และข้อความหัว/ท้ายใบเสร็จ → “บันทึกตั้งค่า POS”
    • Service charge คิดจากยอดอาหารก่อน VAT (0–25%) · ข้อความใบเสร็จไม่เกิน 3 บรรทัด 200 ตัวอักษร เช่น ที่อยู่ร้าน / “ขอบคุณที่มาอุดหนุน”
    บิลใหม่ทุกใบใช้ค่านี้ บิลที่ปิดไปแล้วไม่เปลี่ยน
  6. เปิด “จุดพิมพ์” → “+ เพิ่มจุดพิมพ์” ตั้งชื่อ ประเภท (ครัว/บาร์/ใบเสร็จ) และหน้ากระดาษ 58/80 มม.
    • สูงสุด 6 จุด · ต่อเครื่องพิมพ์จริง (ต้องเป็นรุ่นที่มีพอร์ต LAN หรือ Wi‑Fi และอยู่ Wi‑Fi วงเดียวกับแท็บเล็ต — รุ่น USB หรือ Bluetooth อย่างเดียวใช้ไม่ได้) ทำที่เครื่องแคชเชียร์ เพราะเครื่องนั้นเห็นเครื่องพิมพ์ — ในแอปกด “ค้นหา” ข้างช่องที่อยู่ แอปจะกวาดหาเครื่องพิมพ์ในวง LAN (พอร์ต 9100) ให้ ไม่ต้องพิมพ์ IP เอง (วิธีทำอยู่ใน ใช้เครื่องแคชเชียร์) · แนะนำตั้ง IP คงที่ให้เครื่องพิมพ์ที่เราเตอร์ กัน IP เปลี่ยนหลังไฟดับ · ลบจุดพิมพ์ = หมวดที่เคยพิมพ์ที่นั่นกลายเป็น “ไม่พิมพ์ใบครัว” (ระบบบอกจำนวนหมวดตอนยืนยัน) · เสียง/ไฟเตือนเมื่อพิมพ์ (เครื่องรุ่นมี buzzer/ไฟ เช่น Xprinter XP‑C300H) และขนาดตัวอักษรบนตั๋วครัว/บาร์ ตั้งต่อจุดพิมพ์ที่เครื่องแคชเชียร์เช่นกัน — เสียงปิดเป็นค่าเริ่มต้น ตัวอักษรเริ่มที่ “ใหญ่” · เครื่องพิมพ์หลายรุ่นมีเสียง/ไฟของตัวเองที่ดังทุกครั้งที่พิมพ์ ไม่เกี่ยวกับตัวเลือกในแอป (ตั้งเป็น “ปิด” แล้วกด “ทดสอบพิมพ์” ถ้ายังร้องคือของตัวเครื่อง — ปิดที่ตัวเครื่องด้วย Xprinter Utility หรือ DIP switch)
    • ลิ้นชักเงิน: ที่จุดพิมพ์ประเภท “ใบเสร็จ” ติ๊ก “ลิ้นชักเงินต่อกับเครื่องพิมพ์นี้” (ติ๊กได้จุดเดียวต่อร้าน รายการจะมีชิป “ลิ้นชักเงิน”) → เครื่องแคชเชียร์จะสั่งเปิดลิ้นชักผ่านเครื่องพิมพ์นี้ทุกครั้งที่รับเงินสด (รวมจ่ายบางส่วน) และตอนคืนเงินสด แม้ไม่ได้พิมพ์ใบเสร็จ · พนักงานกด “เปิดลิ้นชัก” เองได้ทุกคน แต่ต้องเลือกเหตุผลและทุกครั้งถูกบันทึกให้คุณดูใน Z-report (“เปิดลิ้นชักโดยไม่มีการขาย n ครั้ง” พร้อมเวลา เหตุผล ชื่อ) · ขาสัญญาณ (pin 2 / 5) และ “ทดสอบเปิดลิ้นชัก” ทำที่แท็บเล็ต หน้า “เครื่องพิมพ์” · ถ้าเครื่องพิมพ์ใบเสร็จใช้ร่วมกับครัว ลิ้นชักจะเด้งหลังตั๋วชุดที่กำลังพิมพ์จบ (เกิน 15 วินาทีระบบยกเลิกคำสั่ง แคชเชียร์ใช้กุญแจ) — ต้องการให้เด้งทันทีทุกครั้งใช้เครื่องใบเสร็จแยก
    • ไม่ตั้งจุดพิมพ์ก็ใช้ POS ได้ — ครัวดูรายการจากจอแคชเชียร์ (แท็บ “เตรียมอาหาร” ในแอป) และคนยกอาหารดูแท็บ “รอเสิร์ฟ” (มีตัวเลขกะพริบเมื่อจานค้างเกิน 5 นาที) · ตั้งหลายจุดแล้วจอครัวจะกรองตามจุดพิมพ์ได้
    จุดพิมพ์ไปโผล่ในฟอร์มหมวดเมนู (หมวดไหนพิมพ์ที่ไหน)
  7. “เครื่องแคชเชียร์”: ติดตั้งแอปบนแท็บเล็ต Android เข้าสู่ระบบด้วยบัญชีร้าน
    • เข้าสู่ระบบ: ใส่อีเมลกับรหัสผ่านของบัญชีหลังบ้าน (เจ้าของร้านหรือพนักงานที่อยู่ในหน้า “ทีม”) · มีปุ่มรูปตาให้กดดูรหัสผ่านที่พิมพ์ได้ เพราะแท็บเล็ตใช้ร่วมกันหลายคนและคีย์บอร์ดบนจอซ่อนตัวอักษร · ถ้าเข้าไม่ได้ อ่านข้อความบนจอให้ครบก่อน — แอปแยกไว้แล้วว่าเป็นรหัสผิด, ลองถี่เกินไป, บัญชียังไม่ได้อยู่ในทีมร้านไหน, อีเมลยังไม่ยืนยัน หรือต่อเซิร์ฟเวอร์ไม่ได้ ซึ่งแต่ละอย่างแก้คนละวิธี
    • ร้านมีเครื่องแคชเชียร์ได้ 1 เครื่อง — เป็นเจ้าของบิล เลขที่ใบเสร็จ และเครื่องพิมพ์ · เครื่องใหม่ที่เข้าสู่ระบบรับหน้าที่แทนเครื่องเดิมได้เอง ไม่ต้องรอเจ้าของมากดปลด (แท็บเล็ตพังหรือแบตหมดกลางคืนก็ขายต่อได้ทันที) · ถ้าเครื่องเดิมยังออนไลน์อยู่ แอปจะถามยืนยันที่เครื่องใหม่ก่อน (“ย้ายหน้าที่แคชเชียร์จาก … มาเครื่องนี้?”) กันเครื่องสำรองในครัวเผลอเตะเครื่องหน้าร้านออก
    • ทุกครั้งที่ย้ายเครื่องถูกบันทึกไว้ ในบันทึกกิจกรรม: ใคร ย้ายจากเครื่องไหน ไปเครื่องไหน เวอร์ชันอะไร · กดลิงก์ “ดูประวัติเครื่องทั้งหมดในบันทึกกิจกรรม” ใต้การ์ดนี้ได้เลย · พนักงานกดออกจากระบบบนแท็บเล็ต = คืนหน้าที่เครื่องด้วย (บันทึกเช่นกัน)
    • เปิดแอปทิ้งไว้ตลอดเวลาขาย แอปส่งสัญญาณถึงระบบทุก 1 นาที ถ้าเงียบเกิน 3 นาที (ปิดแอป ปิดเครื่อง หรือ Wi‑Fi หลุด) ระบบถือว่า “เครื่องแคชเชียร์ออฟไลน์”: ลูกค้าที่สั่งจาก QR ยังสั่งและจ่ายได้ แต่หน้าจอลูกค้าและจอคิวจะขึ้น “ร้านได้รับออเดอร์แล้ว รอยืนยัน” แทน “กำลังทำ” พร้อมเตือนให้ถามพนักงานก่อนจ่าย (มีปุ่ม “โทรหาร้าน” ถ้าใส่เบอร์ติดต่อไว้ในการ์ด “ข้อมูลติดต่อและโลโก้”) และเจ้าของร้านได้รับแจ้งเตือนเด้ง “เครื่องแคชเชียร์ออฟไลน์ — มีออเดอร์ที่ลูกค้าจ่ายแล้ว n บิลรอ” ทันทีและย้ำทุก 10 นาทีจนกว่าจะเปิดแอป (ต้องเปิด “แจ้งเตือนเด้ง” ไว้ — ดู แจ้งเตือน) · เปิดแอปกลับมา เครื่องจะส่งครัว ปิดบิล และออกใบเสร็จของบิลเหล่านั้นให้เอง
    • ติดตั้งแล้วบนหน้าจอหลักของแท็บเล็ตจะเห็นไอคอน TABLEZUPS — สัญลักษณ์โต๊ะกลมกับที่นั่ง 4 ที่ มีที่นั่งหนึ่งสว่างสีส้ม บนพื้นสีน้ำเงินเข้ม · ชื่อใต้ไอคอนคือ “TABLEZUPS” ส่วนในแอปและหน้าต่างล่าสุด (Recents) ใช้ชื่อ “TABLEZUPS Cashier” · เปิดแอปจะเห็นหน้าจอเริ่มต้นสีเข้มพร้อมสัญลักษณ์ครู่หนึ่งก่อนเข้าหน้าเข้าสู่ระบบ
    • ได้ APK รุ่นใหม่ → ติดตั้งทับได้เลย ไม่ต้องถอนแอปเก่า · เช็คว่าร้านใช้รุ่นไหนอยู่จากการ์ดนี้ (เครื่องรายงานเวอร์ชันให้ตอนเปิดแอปหลังอัปเดต และลงบันทึกกิจกรรมเป็น “เครื่องแคชเชียร์อัปเดตเวอร์ชัน”) หรือใต้ปุ่ม “เข้าสู่ระบบ” บนแท็บเล็ต (ถอนแล้วข้อมูลจับคู่และเครื่องพิมพ์ที่ตั้งไว้หาย ต้องจับคู่ใหม่) · ถ้าไอคอนบนหน้าจอยังเป็นแบบเก่า ให้ปิดหน้าจอหลักแล้วเปิดใหม่ หรือรีสตาร์ตแท็บเล็ต
    การ์ดแสดงชื่อเครื่อง · รุ่นแอป (เช่น “android · 1.9 (11)”) เวลาซิงก์ล่าสุด วันจับคู่ และรายการ “เครื่องก่อนหน้า”
  8. อัปเดตแอปแคชเชียร์: เครื่องโหลดรุ่นใหม่ให้เอง เหลือแค่กดติดตั้ง
    • ตั้งแต่รุ่น 2.5 แอปอัปเดตตัวเองได้ — เจอรุ่นใหม่แล้วโหลดให้เองเบื้องหลัง (แถบขึ้น “กำลังดาวน์โหลด n%” ไม่ต้องกดอะไร) โหลดเสร็จเปลี่ยนเป็น “ติดตั้งเดี๋ยวนี้” พนักงานกดครั้งเดียวแล้วยืนยันกับ Android · ไม่ต้องเข้าเบราว์เซอร์ ไม่ต้องหาไฟล์ใน Downloads อีก
    • สิ่งที่ต้องทำครั้งเดียวต่อเครื่อง — ครั้งแรก Android ยังไม่อนุญาตให้แอปติดตั้งอัปเดต แถบจะขึ้น “ครั้งแรกต้องอนุญาตให้ TABLEZUPS Cashier ติดตั้งอัปเดตก่อน” พร้อมปุ่ม “เปิดการตั้งค่า” → เปิดสวิตช์ให้ TABLEZUPS Cashier → ย้อนกลับมากด “ติดตั้งเดี๋ยวนี้” · ทำครั้งเดียวจบ ใช้ได้กับทุกรุ่นถัดไป
    • แท็บเล็ต Samsung ต้องปิด “Auto Blocker” ด้วย (ตั้งค่า → ความปลอดภัยและความเป็นส่วนตัว → Auto Blocker) — Samsung เปิดไว้ให้เป็นค่าเริ่มต้น และมันบล็อกการติดตั้งแบบเงียบ ๆ: กดติดตั้งแล้วเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เครื่องยังเป็นรุ่นเดิม · ทำครั้งเดียวจบเช่นกัน
    • รุ่น 2.5 เองยังต้องลงด้วยมือครั้งสุดท้าย (แอปที่อยู่ในเครื่องตอนนี้ยังไม่มีตัวติดตั้งในตัว) — จากนั้นเครื่องจะอัปเดตตัวเองได้ตลอด
    • กำลังมีบิลเปิดอยู่แล้วกดติดตั้ง แอปจะถามยืนยันก่อน เพราะต้องปิดแอปสักครู่ · ข้อมูลไม่หาย บิล รายการที่ยังไม่ส่งครัว และการรับเงินเก็บอยู่ในเครื่องแล้ว · กด “ไว้ทีหลัง” ได้ แถบกลับมาเตือนเมื่อเปิดแอปครั้งหน้า · โหลดไม่สำเร็จ ระบบลองใหม่ให้เอง และยังมีปุ่ม “ดาวน์โหลดเอง” เป็นทางสำรอง
    • บางรุ่นเป็นการอัปเดตที่ข้ามไม่ได้ — ถ้าแอปเก่าจนคิดราคาผิด (เช่น ยังไม่รู้จักชุดตัวเลือกที่ใช้ร่วมหลายเมนู) เครื่องจะขึ้นหน้าเต็มจอ “แอปเวอร์ชันนี้ใช้กับร้านไม่ได้แล้ว” และรับออเดอร์ไม่ได้จนกว่าจะอัปเดต · หน้านี้ขึ้นตอนเปิดแอปเท่านั้น ไม่มีทางเด้งขึ้นมากลางคืนขณะกำลังเปิดบิลอยู่
    • หน้านี้บอกให้เหมือนกัน — ถ้าเครื่องยังเป็นรุ่นเก่า การ์ด “เครื่องแคชเชียร์” จะขึ้นป้ายเตือนพร้อมเลขรุ่นล่าสุด และแท็บ “ชุดตัวเลือก” ในหน้าเมนูจะเตือนก่อนคุณเริ่มใช้ชุดที่ใช้ร่วมหลายเมนู
    • แอปเช็ครุ่นตอนเปิด ตอนสลับกลับมาที่แอป ตอนเน็ตกลับมา และทุก 5 นาทีระหว่างที่เปิดค้างอยู่ — ปล่อยรุ่นใหม่แล้วเครื่องจะเห็นเอง ภายในประมาณ 6 นาที (5 นาทีของรอบเช็ค + อีกไม่เกิน 1 นาทีที่เซิร์ฟเวอร์แคชคำตอบไว้) · ไม่ใช่ทันที — ไม่ต้องตกใจถ้ากด deploy แล้วยังไม่ขึ้น
    • อยากรู้ว่าเครื่องเช็คถึงไหนแล้ว ดูที่หน้า “เครื่องพิมพ์” มีบรรทัดบอกรุ่นของเครื่อง รุ่นล่าสุดบนเซิร์ฟเวอร์ เวลาที่ตรวจล่าสุด และเหตุผลถ้าตรวจไม่สำเร็จ พร้อมปุ่ม “ตรวจอัปเดตเดี๋ยวนี้” ถ้าไม่อยากรอรอบถัดไป
    • ออฟไลน์ไม่กระทบอะไร เช็คไม่ได้หรือโหลดไม่ได้ก็ใช้งานต่อได้ตามปกติ
    แถบ “กำลังดาวน์โหลด n%” แล้วเปลี่ยนเป็น “ติดตั้งเดี๋ยวนี้” บนเครื่อง และป้ายเตือนที่การ์ดเครื่องแคชเชียร์ในหน้านี้
  9. เปลี่ยนแท็บเล็ต: ปกติแค่เข้าสู่ระบบที่เครื่องใหม่ (ปุ่ม “โอนไปเครื่องใหม่…” ไว้ใช้เมื่อต้องการปลดเครื่องทิ้งไว้เฉย ๆ)
    • เครื่องเก่าที่ยังมีบิลค้างส่ง จะบอกจำนวนไว้บนหน้าจอ (“ยังมีข้อมูลค้างส่ง n รายการ”) — เปิดแอปต่อเน็ตค้างไว้จนเลขเป็น 0 ห้ามถอนแอปหรือล้างข้อมูลก่อน ไม่งั้นบิลเหล่านั้นหาย
    • ถ้าเครื่องเก่ายังไม่ซิงก์เกิน 1 ชั่วโมง การ์ดในหน้านี้เตือนไว้ — ต่ออินเทอร์เน็ตให้เครื่องเก่าซิงก์บิลค้างขึ้นก่อน จะไม่มีบิลหาย
    • บิลที่เครื่องเก่าปิดหลังถูกปลด (ตอนออฟไลน์) จะเข้า “บิลที่ต้องตรวจ” ให้เจ้าของตัดสิน ไม่หายและไม่ทับเลขเอกสาร
    เครื่องเก่าขึ้นหน้า “เครื่องนี้ไม่ใช่เครื่องแคชเชียร์แล้ว” พร้อมชื่อเครื่องที่รับหน้าที่ต่อ · เครื่องใหม่รันเลขใบเสร็จต่อจากเดิม
  10. ทดลองใช้เสร็จ → “ข้อมูลทดสอบและการเริ่มใช้จริง” → ล้างข้อมูล POS ทดสอบ → “เริ่มใช้งานจริง”
    • การ์ดแสดงจำนวนบิล/การรับเงิน/เอกสาร และช่วงเลขที่ที่จะถูกลบ ต้องพิมพ์รหัสร้านยืนยัน · เครื่องแคชเชียร์ได้รับการลบเองเมื่อออนไลน์
    • เริ่มใช้งานจริง ย้อนกลับไม่ได้ — หลังจากนั้นล้างข้อมูลไม่ได้อีก แก้เอกสารได้ด้วยใบลดหนี้เท่านั้น (กฎเก็บเอกสาร 5 ปี) ควรให้นักบัญชีดูรูปแบบเลขที่ก่อนกด
    บิล การรับเงิน และเอกสารภาษีทดสอบหายทั้งหมด ปฏิทินจองขายจริงเริ่มที่เลข 00001 · หลังกดเริ่มใช้จริง เอกสารทุกฉบับเก็บถาวร 5 ปี

กติกา

เรื่องค่า
เลขผู้เสียภาษี13 หลัก ตรวจเลขท้ายแบบกรมสรรพากร · บังคับเมื่อจด VAT
ชื่อผู้ประกอบการบังคับเมื่อจด VAT ไม่เกิน 120 ตัวอักษร
เลขสาขาตัวเลข 5 หลัก (เติม 0 ข้างหน้าให้) · ว่าง = 00000
รับโอนจากหน้าสั่งอาหารช่วงจ่ายทีหลังค่าเริ่มต้น ปิด — ลูกค้าจ่ายกับพนักงาน · เปิดแล้วลูกค้าโอน PromptPay + แนบสลิปจากหน้าสั่งอาหารได้ทุกช่วง
Service charge0–25% ทศนิยม 2 ตำแหน่ง
ข้อความใบเสร็จหัว/ท้าย อย่างละไม่เกิน 3 บรรทัด 200 ตัวอักษร
จุดพิมพ์ไม่เกิน 6 จุด · กระดาษ 58 หรือ 80 มม.
ลิ้นชักเงินติ๊กได้เฉพาะจุดพิมพ์ “ใบเสร็จ” และจุดเดียวต่อร้าน · เปิดทุกครั้งที่รับ/คืนเงินสด + ปุ่มเปิดเอง (บันทึกทุกครั้ง)
ไม่ผูกบิลกับโต๊ะค่าเริ่มต้น ไม่ติ๊ก · มีผลเฉพาะช่วงที่ติ๊ก “รับเงินก่อนรับของ” · โต๊ะที่มีบิล/มีจองยังทำงานปกติ
เครื่องเรียกลูกค้าค่าเริ่มต้น ปิด ช่วง 1–20 · ตั้งได้ 1–999 ไม่เกิน 200 เครื่อง · ใช้เฉพาะบิลรับเงินก่อน · เลขแยกจากเลขคิว · เครื่องที่ค้างข้ามคืนถูกคืนอัตโนมัติเมื่อขึ้นคืนใหม่
เครื่องแคชเชียร์1 เครื่องต่อร้าน · เครื่องใหม่ที่เข้าสู่ระบบยึดหน้าที่ได้เอง (เครื่องเดิมออนไลน์ = ถามยืนยันก่อน) · ทุกครั้งลงบันทึกกิจกรรม
ล้างข้อมูลทดสอบได้เฉพาะก่อน “เริ่มใช้งานจริง” · ลบบิล/การรับเงิน/เอกสารภาษีทั้งร้าน · บันทึกเลขที่ที่ลบไว้ในบันทึกกิจกรรม
เริ่มใช้งานจริงครั้งเดียว ย้อนกลับไม่ได้

ถ้าเห็นข้อความนี้

ถ้าเห็นข้อความนี้แปลว่าให้ทำ
เลขประจำตัวผู้เสียภาษีต้องมี 13 หลักและถูกต้อง (ตรวจเลขท้าย)จำนวนหลักไม่ครบ หรือเลขท้ายไม่ตรงกับ 12 หลักแรกเทียบกับ ภ.พ.20 / หนังสือรับรอง แล้วพิมพ์ใหม่
ร้านจด VAT ต้องใส่เลขประจำตัวผู้เสียภาษีติ๊กจด VAT แต่ช่องเลขว่างกรอกเลข 13 หลัก หรือเอาติ๊กออกถ้ายังไม่จด
ร้านจด VAT ต้องใส่ชื่อนิติบุคคล/ผู้ประกอบการตามที่จดทะเบียนช่องชื่อผู้ประกอบการว่างใส่ชื่อตามที่จดทะเบียน
Service charge ต้องอยู่ระหว่าง 0–25%ค่าติดลบ เกิน 25 หรือไม่ใช่ตัวเลขใส่เป็นเปอร์เซ็นต์ เช่น 10 หรือ 7.5
มีจุดพิมพ์ได้ไม่เกิน 6 จุดครบโควตาแล้วลบหรือแก้จุดเดิมแทน
ลิ้นชักเงินต่อได้เฉพาะจุดพิมพ์ใบเสร็จติ๊กลิ้นชักที่จุดครัว/บาร์เปลี่ยนประเภทเป็น “ใบเสร็จ” หรือติ๊กที่จุดใบเสร็จแทน
ตั้งลิ้นชักเงินได้จุดเดียวต่อร้าน (มีอยู่ที่ “…” แล้ว)อีกจุดติ๊กไว้แล้วเอาติ๊กออกจากจุดเดิมก่อน
ช่วงหมายเลขเครื่องเรียกต้องอยู่ระหว่าง 1–999 เรียงจากน้อยไปมาก และไม่เกิน 200 เครื่องตั้งแต่ > ถึง, เกิน 999, หรือช่วงกว้างเกินใส่เช่น 1 ถึง 20 หรือ 21 ถึง 40
เครื่องนี้ถูกปลดไปแล้วอีกคนกดโอนไปก่อนหน้า หรือมีเครื่องใหม่เข้าสู่ระบบและยึดหน้าที่ไปแล้วโหลดหน้าใหม่ — การ์ดจะแสดงเครื่องที่ใช้อยู่จริง
ร้านนี้มีเครื่องแคชเชียร์อยู่แล้ว: … (บนแท็บเล็ต)เครื่องเดิมยังออนไลน์ แอปจึงถามก่อนย้ายกด “ย้ายมาเครื่องนี้” ถ้าตั้งใจเปลี่ยนเครื่องจริง ๆ — เครื่องเดิมจะเปิดบิลต่อไม่ได้
ร้านเริ่มใช้งานจริงแล้ว ล้างข้อมูลไม่ได้กด “เริ่มใช้งานจริง” ไปแล้วแก้เอกสารด้วยใบลดหนี้ (ขั้นถัดไป)
รหัสร้านไม่ตรงพิมพ์รหัสร้านยืนยันผิดพิมพ์ให้ตรงกับรหัสใน URL เช่น seaway

หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

หน้านี้ช่วยได้ไหม